ว่านกีบแรด

ชื่อวงศ์ : MARATTIACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Angiopteris evecta (G.Forst) Hoffm.

ชื่อสามัญ : –

ชื่อพื้นเมืองอื่น : กีบม้าลม (ภาคเหนือ) ; กีบแรด (แพร่) ; ดูกู (มลายู-ภาคใต้) ; ว่านกีบม้า (ภาคกลาง) ; ว่านกีบแรด (ทั่วไป)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เฟิน (เฟิร์น) หรือ ผักกูด (F) สูงประมาณ 0.5-1 เมตร ลักษณะคล้ายปรงป่า มีลำต้นใต้ดินเป็นหัวคล้ายกีบเท้าของแรดหรือกระบือ เหง้าหัวใต้ดินมีสีน้ำตาลออกดำ เนื้อในหัวสีเหลืองคล้ายสีของขมิ้น

ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกแบบเรียงสลับ ลักษณะใบรูปไข่ ปลายใบเรียวแหลมหรือยาวคล้ายหาง โคนใบมน ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว แผ่นใบสีเขียวสด ถ้ามองดูไกล ๆ จะมีลักษณะคล้ายปรงป่ามาก

นิเวศวิทยา

มักขึ้นเองตามป่าชื้น หรือตามที่รกร้างทั่ว ๆ ไป และนิยมปลูกกันบ้างไว้ในตามหมู่บ้าน พันธุ์ไม้นี้ปลูกยาก ชอบขึ้นเองตามสภาพป่าเขา

การปลูกและขยายพันธุ์

เป็นไม้ที่เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย และดินเหนียวที่อุ้มน้ำ ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือหัวใต้ดิน

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

ลำต้นใต้ดินหรือเหง้าหัว รสเย็นจืดฝาด แก้ไข้ ปรุงเป็นยารักษาพิษตานซางของเด็ก เป็นยาฝาดสมานรักษาอาการท้องร่วง รักษาอาการอาเจียน ซึ่งส่วนมากใช้คู่กับว่านร่อนทอง แก้ไข้กาฬต่าง ๆ แก้กาฬมูตร แก้ปวดศีรษะ ขับปัสสาวะ และเป็นยาอายุวัฒนะอย่างดี แก้พิษกำเดา พิษฝีหัวคร่ำ แก้แผลเป็นในปากและลำคอ แก้น้ำลายเหนียว และแก้ตาเจ็บ

ใบ รสเฝื่อน ใช้ใบแก่และสดรักษาอาการไอ โดยการตำแล้วพอกคอ จะทำให้อาการไอทุเลาได้, นอกจากนี้ใบอ่อนยังรับประทานเป็นผักได้

ราก รสจืดเย็นฝาด ใช้ห้ามเลือด โดยการตำพอกแผล

ว่านนี้สัตว์ป่าชอบกินมาก แสดงว่ามีสรรพคุณทางยาสูง การเก็บรักษาหัวว่าน ให้นำมาตากแห้งแล้วเอาไปย่างไฟอีกครั้งจะทำให้อยู่ได้นาน

วิธีและปริมาณที่ใช้

  1. แก้ไข้ ปวดศีรษะ โดยใช้เหง้าหัวใต้ดิน ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นตากแดดให้แห้ง ใช้ประมาณ 5 กรัม นำมาต้มในน้ำสะอาด 1 ลิตร กรองเอาน้ำดื่ม วันละ 2-3 ครั้ง
  2. รักษาอาการไอ โดยใช้ใบสดประมาณ 10-15 กรัม นำมาโขลกแล้วพอกบริเวณคอ
Share this :
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซท์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง