ดาหลา

ดาหลา

ชื่อวงศ์ : ZINGIBERACEAE

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Etlingera elatior (Jack) R.M.Sm.

ชื่อพ้อง : Nicolaia elatior (Jack) R.M.Sm.

ชื่อสามัญ : Torch ginger

ชื่อพื้นเมืองอื่น : กาหลา, ดาหลา (กรุงเทพฯ) ; กะลา (นครศรีธรรมราช)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

ไม้ล้มลุก (ExH) สูงประมาณ 5 เมตร มีลำต้นใต้ดินเป็นเหง้าหัว ลำต้นเหนือพื้นดินเป็นกาบหุ้มรอบกันแน่น ทรงกระบอก แข็ง

ใบ เป็นใบเดี่ยว ลักษณะใบรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก ปลายใบแหลม ใบกว้าง 20 ซม. ยาวประมาณ 50 ซม. สีเขียวเข้มและมัน

ดอก ออกเป็นช่อเดี่ยวที่ปลายก้านซึ่งแทงขึ้นมาจากเหง้าใต้ดิน ก้านช่อดอกเป็นปล้องยาวประมาณ 1.5 เมตร ดอกสีแดงอมชมพู หรือสีขาว กลีบดอกหนาเรียบเป็นมัน ซ้อนกันหลายชั้น โคนกลีบดอกเรียบเป็นมันสีแดง ปลายกลีบสีขาว กลีบนอกใหญ่ กลีบในเล็ก และลดขนาดลงเรื่อย ๆ จนถึงวงชั้นใน ปลายกลีบแบะออกมีจะงอยแหลม ออกดอกตลอดปี มีมากช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม

ผล รูปกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 2-2.5 ซม. มีขนนุ่ม

นิเวศวิทยา

มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนทั่วไป ชอบดินชุ่มชื้น ขึ้นตามป่าดิบชื้นทั่วไป นิยมปลูกกันตามบ้านเรือนเป็นไม้ประดับ

การปลูกและขยายพันธุ์

การปลูกเพื่อการค้า นิยมปลูกเป็นแปลงเพื่อให้ได้ผลผลิตเต็มที่ ขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อหรือเหง้าหัวใต้ดิน เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย

ประโยชน์ทางยา

รสและสรรพคุณในตำรายา

หน่ออ่อนและดอกตูม รสเผ็ดเล็กน้อย นำมาต้มรับประทานกับน้ำพริก หรือแกงกะทิ แกงคั่ว ยำ หั่นฝอยผสมในข้าวยำซึ่งเป็นอาหารภาคใต้ นำกลีบดอกมาต้มแล้วชงเป็นเครื่องดื่ม ส่วนกากที่เหลือนำไปเคี่ยวกับน้ำตาลทำเป็นดอกดาหลากวน

วิธีและปริมาณที่ใช้

  1. ใช้รักษาโรคผิวหนังและแก้ลมพิษ โดยใช้เหง้าหัวใต้ดินโขลกผสมเหล้าโรงแล้วคั้นเอาน้ำทาบริเวณที่เป็นโรคผิวหนังหรือลมพิษ วันละ 2-3 เวลา เช้า-เย็น
  2. เป็นยาขับลม โดยใช้กลีบดอกสดหรือแห้ง 10-15 กลีบ มาต้มแล้วชงเป็นเครื่องดื่ม ดื่มเป็นประจำ
Share this :
กติกาข้อตกลงก่อนการแสดงความคิดเห็น
1. โปรดงดเว้นการใช้คำหยาบคาย, ส่อเสียด
2. ทุกความเห็นต้องไม่มีการดูหมิ่น, กล่าวหาให้ร้าย, สร้างความแตกแยก หรือ "กระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ"
3. ทางเว็บไซท์จะขอลบความคิดเห็นโดยทันที เมื่อความเห็นไม่เป็นไปตามข้อตกลง